ข้อเสนอต่อการปล่อยสินเชื่อออนไลน์

Lorem ipsum dolor sit amet consectetur. Facilisis pharetra lectus ipsum nunc arcu. Magnis non egestas diam id venenatis.

ข้อเสนอแนะและมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีหุ้นกู้ STARK

สถานการณ์

จากสถานการณ์หุ้นกู้ STARK ของบริษัท สตาร์คคอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายไม่โปร่งใส เช่น สภาพการซื้อขายที่ผิดปกติ การนำเงินไปลงทุนในบริษัทต่างประเทศ การทำธุรกรรมต่างๆในต่างประเทศ การไม่ส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 หรือการส่งงบการเงินประจำปี 2565 ไม่ทันกำหนด การประกาศลาออกของกรรมการบริหารทั้งหมด การแต่งงบการเงิน การทุจริตภายใน การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่แจ้งข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญในการลงทุน ส่งผลให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขึ้นสถานะห้ามซื้อขายหุ้นดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะมีผลกระทบวงกว้างและอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในระบบเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน และสืบเนื่องไปถึงการจ้างงานได้ หากการระดมเงินทุนในลักษณะดังกล่าวมีความล้มเหลวและขาดความเชื่อมั่นจนกระทั่งบริษัทต่างๆ ต้องปิดกิจการ


การดำเนินงาน

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 สภาผู้บริโภคและผู้เสียหายกรณีหุ้นกู้ STARK จึงได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ก.ล.ต. เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบและขอให้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี สภาผู้บริโภคเห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะมีผลกระทบวงกว้างและอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุน และอาจเกิดผลกระทบสืบเนื่องไปถึงการจ้างงานได้ หากการระดมเงินทุนในลักษณะดังกล่าวมีความล้มเหลวและขาดความเชื่อมั่นจนกระทั่งบริษัทต่างๆ ต้องปิดกิจการ ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค สภาผู้บริโภคจึงได้มีข้อเสนอแนะและมาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค กรณีหุ้นกู้ STARK ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)


ข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภค

1. เสนอให้ ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจในการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์กำหนดมาตรการการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นโดยทางอ้อม ด้วยการให้บริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นอยู่แล้ว เข้าซื้อสินทรัพย์หรือหุ้นของบริษัทที่ต้องการจะเข้าตลาดหุ้น (Backdoor Listing) ให้รัดกุม ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์การเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทให้กับสาธารณะชน (Initial Public Offering : IPO)

2. ขอให้ ก.ล.ต. ดำเนินการตรวจสอบและหากพบการกระทำความผิดขอให้ลงโทษธนาคารกสิกรไทยและบริษัทในเครือ ในฐานะผู้ขายหุ้นกู้ STARK ให้แก่ผู้ลงทุนรายย่อย

3. ขอให้ ก.ล.ต. บังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ ให้ทันต่อสถานะความเสียหายอย่างเข้มงวด

4. ขอให้ ก.ล.ต. ปรับปรุง แก้ไข หลักเกณฑ์ ในการควบคุมองค์กรที่เกี่ยวข้อง (Stakeholder)
4.1 ในส่วนของบริษัทหรือสถาบันที่ทำหน้าที่จัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ให้มีความรัดกุมสมกับเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ทำหน้าที่จัดอันดับความน่าเชื่อถืออันจะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้บริโภคที่เข้าไปลงทุน
4.2 ในส่วนของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ควรมีหลักเกณฑ์ในลักษณะของการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค โดยเปิดช่องให้ผู้บริโภคมีสิทธิในการเรียกร้องได้ด้วยตนเองเมื่อเกิดกรณีผิดนัดชำระแล้ว โดยไม่ต้องรอการดำเนินการของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

5. ขอให้ ก.ล.ต. จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้เสียหายกรณี STARK

6. เสนอให้ ก.ล.ต. จัดตั้งกองทุนชดเชยเยียวยาความเสียหายกับผู้เสียหายกรณี ผู้บริหารบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทุจริตและ/หรือกรณีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

7. เสนอให้ ก.ล.ต. เพิ่มกลไกคุ้มครองผู้บริโภคในตลาดทุน โดยเพิ่มตัวแทนผู้บริโภคในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์


ความคืบหน้า

อยู่ระหว่างการติดตามข้อเสนอแนะ